Please select your country / region

Close Window
GT
GT SPORT Community
TH
Peugeot L500R / L750R HYbrid Vision Gran Turismo : Unveiled
เล่นภาพยนตร์

เล่นภาพยนตร์

Vision Gran Turismo

Peugeot เปิดตัว "L500R" และ "L750R" Vision Gran Turismo: ระลึกถึงรถแข่งทั้งหลายนับตั้งแต่เริ่มต้นศตวรรษที่ 20

จาก Peugeot ผู้มอบ "Peugeot Vision Gran Turismo" ในเดือนมิถุนายน 2015 โดยมีการเปิดตัวรถทั้งสองรุ่นพร้อมกันคือ: "L500R HYbrid Vision Gran Turismo" และ "L750R HYbrid Vision Gran Turismo"

รถยนต์ Vision Gran Turismo ทั้งสองรุ่นนี้สร้างขึ้นมาเพื่อระลึกถึงรถแข่งจากต้นยุคศตวรรษที่ 20 ในวันที่ 30 พฤษภาคม 1916 Peugeot เอาชนะ "Indy 500 Mile Race" ในตำนานด้วยรถแข่ง L45 คล้ายดาวหางของตน ศตวรรษถัดมานับจากชัยชนะในครั้งนั้น Peugeot ก็ได้สร้างรถยนต์เหล่านี้ขึ้นมาเพื่อนำความหลงใหลและความงดงามอันสลักเสลามาของ L45 นี้ขึ้นมาอีกครั้งโดยใช้เทคโนโลยีล่าสุด
เริ่มจาก L500R ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นโมเดลพื้นฐาน รูปร่างที่ต่ำอย่างไม่น่าเชื่อเป็นคุณสมบัติอันโดดเด่นของการออกแบบ แม้แต่ขนาดของห้องโดยสารก็ปรับให้เหลือเล็กที่สุดด้วยความสูงเพียง 1 ม. เท่านั้น ส่วนท้ายที่ค่อยๆ แคบลงยังคงเหมือนกับ L45 เมื่อศตวรรษที่แล้ว จบลงด้วยไฟท้ายสามดวงอันโดดเด่นคล้ายกับของ 3008 ซึ่งเป็นเอกลักษณ์การออกแบบของ 3008 ซึ่งเป็นเอกลักษณ์การออกแบบของ Peugeot ในปัจจุบัน
ห้องคนขับที่โอบล้อมนักแข่งอยู่มีการใช้ส่วนแสดงข้อมูลที่ล้ำสมัยด้วยหน้าจอโฮโลแกรมสองอันที่แสดงข้อมูลหลากหลายให้แก่นักแข่ง และเนื่องจาก L500R มีที่นั่งเดียว ผู้ช่วยนำทางที่เคยจำเป็นสำหรับ L45 จึงถูกผู้ช่วยนำทางเสมือนมาทำงานแทน
ชุดส่งกำลังของรถประกอบด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตรและมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัว กำลังรวมที่ได้คือ 500 แรงม้า มีแรงบิดสูงสุดที่ 74kgm การใช้วัสดุที่ทันสมัยที่สุดทำให้รถมีน้ำหนักเพียง 1000 กก. ทำให้การเร่งความเร็วจาก 0-100 กม. สามารถทำได้ภายใน 2.5 วินาที วิ่ง 1000 ม. ได้ในเวลาเพียงแค่ 19 วินาที
ถัดมา ด้วยการยึดแนวทางแบบอนาคตของ L500R เดิมเอาไว้ เราจึงออกโมเดลรุ่นแข่งขันมาเป็น "L750R HYbrid Vision Gran Turismo" โดยให้มีสมรรถนะที่สูงยิ่งขึ้น
การพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ L750R ก็คือชุดส่งกำลังซึ่งเพิ่มขีดจำกัดรอบสูงสุดของเครื่อง 4 สูบแบบอินไลน์ 1.6 ลิตรที่มีเทอร์โบชาร์จของ L500R มาเป็น 10,000 RPM ทำให้เพิ่มกำลังที่ได้เป็น 580 แรงม้า เมื่อผสานเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังได้ 170 แรงม้า กำลังรวมทั้งหมดของรถจึงมากถึง 750 แรงม้าในตอนนี้
มีการเพิ่มสปลิตเตอร์ขนาดใหญ่เข้ามาที่ด้านหน้า และปรับปรุงการไหลเวียนของอากาศใต้รถให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้นก็เพิ่มปีกหลังขนาดใหญ่เข้ามา ทำให้ได้แรงกดบนรถขนาดมหาศาล พร้อมลดน้ำหนักของรถเพิ่มเติมจนเหลือน้อยที่สุดคือ 825 กก. ซึ่งเบากว่า L500R อยู่ 175 กก. ผลลัพธ์ก็คือการเร่ง 0-100 กม/ชม. ที่ลดลงไป 0.1 วินาที เหลือ 2.4 วินาที
ในโลกแห่งมอเตอร์สปอร์ตนั้น Peugeot ได้แสดงให้ถึงสมรรถนะของตนเองไม่ใช่เพียงแต่ในการแข่งขันอินดี 500 (Indy 500) เท่านั้นแต่ยังรวมถึงการแข่งขันอื่นๆ รอบโลกอีกด้วยซึ่งรวมถึงการแข่งขันเช่น เลอ ม็อง (Le Mans) เวิลด์แรลลี่แชมเปี้ยนชิพ (WRC) และ แรลลี่เรดส์ (Rally Raids) ซึ่งรถยนต์อันมีความเป็นเอกลักษณ์ทั้ง 2 คันนี้นั้นได้ประสานจิตวิญญาณแห่งอดีตและความมุ่งมั่นสู่อนาคตเข้าไว้ด้วยกัน